ปัจจุบันนี้ ทางการแพทย์ได้คิดค้นวิธีการรักษาอาการดังกล่าวได้ 4 วิธี
1. การรักษาร่วมกับการผ่าตัด:
ผ่าตัดนำเอาส่วนที่ขวางทางเดินหายใจออก ซึ่งอันตราย ความเสี่ยงสูงและมีอัตราความสำเร็จต่ำที่สุด ในบรรดาการรักษาทั้งหมด ซึ่งสาเหตุแบ่งรูปแบบการผ่าตัดหลักๆออกมาได้ดังนี้
1. Uvulopalatophraryngoplasty(UPP)
ทำการผ่าตัดเพื่อนำเอาบางส่วนของเนื้อเยื่อและลิ้นไก่ออก เพื่อเปิดทางเดินหายใจ และป้องกันการปิดกั้นต่างๆ โดยในบางครั้ง แพทย์ผู้ผ่าตัดจะทำการดึงลิ้นมาข้างหน้าเพื่อช่วยในอีกทางนึงด้วย กระบวนการนี้นี้ยังรวม Genioglossus Advancement and Hyoid Suspension.
2. Laser assisted UPP(LAUP)
เป็นวิธีการรักษาแบบเดียวกับ UPPP แต่ใช้เลเซอร์ในการผ่าตัดแทน ต้องเดินทางเข้ารับการรักษาหลายครั้ง มีความเจ็บปวดสูง และจำเป็นต้องทำการยิงเลเซอร์ซ้ำกันหลายครั้งจึงจะสำเร็จผล ทำให้วิธีการนี้ไม่เป็นที่นิยมนัก ต่อมามีวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดที่มีลักษณะคล้ายกับสองวิธีนี้ออกมาอีกมากมาย แต่ทั้งหมดนั้นเป็นการรักษาที่มีผลเสียต่อร่างกายทั้งสิ้น
3. Somnoplasty
มีวิธีการทำงานคล้ายกับการผ่าตัดแบบ LAUP แต่ใช้คลื่นความถี่วิทยุในการกระตุ้นให้เนื้อเยื่อด้านในของเพดานปากเกิดการบีบตัวและไม่หย่อนลงมาปิดช่องทางเดินหายใจ
4. Maxillo-Mandibular Osteotomy(MMO)
ในกรณีที่ผ่าตัดด้วยวิธี UPPP และการเลื่อนตำแหน่งของลิ้นแล้วยังไม่ได้ผล จะมีการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดที่รุนแรงกว่า เรียกว่า Maxillo-mandibular Advancement Surgery ซึ่งจะทำการผ่าดึงเอากรามบน และล่างให้หลุดออกมาจากการยึดกับกะโหลก แล้วยึดติดเข้าไปใหม่ด้วยแผ่นโลหะ ตำแหน่งของฟันจะยังอยู่ในรูปแบบเดิมแต่ผลลัพธ์ทีได้ คือจะดึงให้ลิ้นและโครงสร้างภายในช่องปากเคลื่อนมาด้านหน้า เพื่อเพิ่มช่องทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
Ref: http://www.somnomed.com/index.php?id=110
2. การฝังพิลลาร์ (Pillar Procedure)
แพทย์จะใช้เข็มทิ่มเข้าไปยังบริเวณเพดานอ่อนในปาก และยิงพิลลาร์เข้าไป ซึ่งจะทำหน้าที่เสริมความตึงและความแข็งแรงของเพดานอ่อน เพื่อลดอาการนอนกรน
3. การใช้เครื่องมืออัดอากาศ (CPAP)
เพิ่มแรงของการอัดอากาศสู่ปอด ทำให้มีอากาศเพียงพอต่อการหายใจ ซึ่งการรักษาแบบนี้ต้องการ การทดสอบการหลับ ของผู้ป่วยเพื่อหาแรงดัน ที่เหมาะสม ด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกล้าบริเวณคอหอย และช่องทางเดินหายใจจะเปิดตลอดเวลา
โดยส่วนมากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับนั้นจะแนะนำผู้ป่วยโรค OSA ให้ใช้อุปกรณ์ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ในการรักษาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ วิธีการใช้เครื่องมือนี้คือการสวมใส่หน้ากากที่ต่อท่ออากาศ เข้ากับเครื่องปั๊มป์ซึ่งเพิ่มแรงดันของอากาศ ผ่านเข้าไปในช่องทางเดินหายใจ
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ CPAP ส่วนมากจะพบว่าเครื่องมือนี้ให้ความอึดอัดและความลำบากต่อการนอนหลับ จึงทำให้การใช้อุปกรณ์รักษาในช่องปากเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า
การทำงานของ CPAP
CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เป็นเครื่องมือรักษาโรค OSA โดยการสร้างแรงดันอากาศแล้วส่งผ่านท่ออากาศ และหน้ากากจนผ่านเข้าไปยังช่องทางเดินหายใจของผู้ป่วย แรงดันอากาศนี้จะดันเปิดช่องทางเดินหายใจเอาไว้ มิให้ผนังเพดานปากด้านบนหย่อนลงมาปิดหลอดลม ในการใช้เครื่องมือชนิดนี้ จำเป็นต้องผ่านการวินิจฉัยโรคจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพื่อเลือกใช้ความดันอากาศที่เหมาะสมกับระดับของโรค OSA ของผู้ป่วย ดังนั้น ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อจะหย่อนและเยื่อบุผนังมีการคลายตัวลงมา แรงดันอากาศก็จะเปิดช่องทางเดินหายใจไว้ จึงสามารถหายใจได้อย่างสะดวก ตลอดระยะเวลาการนอนหลับ
อุปกรณ์ชนิดนี้ใช้งานโดยการสวมหน้ากากที่กักเก็บอากาศไว้ภายใน แล้วส่งผ่านอากาศจากเครื่องปั๊มป์ผ่านหน้ากากเข้าไป ทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์นี้ยังสามารถหายใจได้ตามปกติ แต่ยิ่งแรงดันอากาศสูงเท่าไหร่จะเกิดความอึดอัดต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงของอาการ OSAจะต้องเปลี่ยนแรงดันอากาศที่ใช้กับเครื่อง CPAP ด้วย การเลือกใช้เครื่องมือชนิดนี้จึงควรมีการตรวจวินิจฉัยเสมอ ว่าควรใช้แรงดันเท่าไรจึงจะเหมาะกับระดับอาการป่วย
ข้อเสียของการใช้ CPAP
การใช้อุปกรณ์ CPAP ในการรักษาโรค OSA นั้นจะได้ผลสูงหากผู้ป่วยมีความยินยอมที่จะใช้เครื่องมือดังกล่าว แต่โดยส่วนมากแล้วอุปกรณ์ชนิดนี้ทำให้เกิดความอึดอัดระหว่างการนอน จึงทำให้มีผู้ป่วยที่สมัครใจในการใช้เครื่อง CPAP ไม่มากนัก
4. การใช้เครื่องมือ oral appliance (Oral appliance):
เครื่องมือสำหรับใส่ในช่องปาก เพิ่มช่องทางเดินหายใจโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือใช้เครื่องมืออัดอากาศ
Ref: US
Food and Drug Administration (FDA) 510(k) granted for oral appliance
การทำงานของ oral appliance
oral appliance จะทำการปรับตำแหน่งของขากรรไกรล่างไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อดึงให้ช่องทางเดินหายใจเปิดกว้างมากขึ้น และยังมีผลต่อเพดานอ่อนด้านในของช่องปาก ที่จะมีความตึงมากขึ้น ไม่ตกลงไปปิดทับทางเดินหายใจ
ด้วยระบบกลไกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วของ oral appliance ครีบทั้งสองด้านของที่ครอบฟันชุดล่างนั้นจะทำที่จัดกรามด้านล่างให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง จึงสามารถอ้าหรือปิดปากได้ตามต้องการไม่ว่าในขณะนอนหลับหรือทำกิจกรรมอื่น เช่น ดื่มน้ำ เป็นต้น
ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ให้อิสระในการเคลื่อนไหว เปิด ปิด กรามได้อย่างสะดวก และไม่ลดทอนต่อประสิทธิภาพในการรักษาอาการกรน และ โรค OSA จึงทำให้ oral appliance เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นแตกต่างจากเครื่องมือชนิดอื่นๆ
เปรียบเทียบการรักษาด้วยอุปกรณ์ oral appliance กับวิธีการผ่าดัด
ในการใช้อุปกรณ์ในช่องปากเพื่อรักษาโรค OSA นั้นไม่ต้องเจ็บปวดและยังไม่มีผลกระทบกับสภาพร่างกายใดๆด้วย ยังสามารถใช้ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีอื่นไปพร้อมๆกันได้ หากเกิดความยุ่งยากไม่สะดวก คนไข้สามารถหยุดการรักษาได้ง่ายๆเพียงแค่หยุดใช้อุปกรณ์เท่านั้น โดยจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆตามมา
ส่วนมากแล้วคนไข้จะพบว่าการใช้อุปกรณ์นี้ให้ความสะดวกสบายอย่างมาก เนื่องจากสามารถปรับการรักษาของตัวอุปกรณ์ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ และเครื่องมือยังมีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปในที่ต่างๆได้สะดวกอีกด้วย จึงสามารถใช้รักษาอาการของตัวเองได้ตลอดแม้ขณะเดินทาง
อีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วย OSA นอกเหนือจากการใช้ CPAP
จากเดิมแล้ว โดยส่วนมากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับนั้นจะแนะนำผู้ป่วยโรค OSA ให้ใช้อุปกรณ์ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) ในการรักษาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ วิธีการใช้เครื่องมือนี้คือการสวมใส่หน้ากาก ที่ต่อท่ออากาศเข้ากับเครื่องปั๊มป์ซึ่งเพิ่มแรงดันของอากาศ ผ่านเข้าไปในช่องทางเดินหายใจ
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ CPAP ส่วนมากจะพบว่าเครื่องมือนี้ให้ความอึดอัด และความลำบากต่อการนอนหลับ จึงทำให้การใช้อุปกรณ์รักษาในช่องปากเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า
ข้อดีของการเลือกใช้ oral appliance
เป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวที่สามารถให้อิสระในการเคลื่อนไหวของกราม ทำให้คุณสามารถพูดคุย หรือดื่มน้ำได้ตามปกติแม้ขณะสวมใส่
เนื่องด้วยการออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล ผลิตภัณฑ์แต่ละชุดจะมีรูปร่างเหมาะสมกับลักษณะรูปฟันของคุณ ทำให้อุปกรณ์นี้ไม่กดทับลงบนลิ้น จึงให้ความสบายมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆทั่วไป
สามารถปรับเปลี่ยนการจัดวางของอุปกรณ์ไปด้านหน้าและหลังได้ จึงทำให้อุปกรณ์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เกิดความรู้สึกสบายและยังรักษาอาการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ได้รับการตรวจสอบและรับรองทางการแพทย์แล้ว จึงพิสูจน์ได้ว่าผลิตภัณฑ์มีความสามารถในการรักษาโรค OSA ระดับเบาถึงปานกลาง และอาการกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รักษาปัญหาการนอนกรนด้วย oral appliance
การรักษาปัญหาภาวะหยุดหายใจระหว่างการนอน และ การนอนกรนที่ได้การรับรองทางการแพทย์และมีขนาดเล็กเพียงเท่าฝ่ามือของคุณ oral appliance ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้ขณะสวมใส่ยังสามารถเปิด ปิดช่องปากได้ตามปกติและไม่เกิดการระคายเคืองใดๆ คลิกเพื่ออ่านต่อวิธีการทำงานของoral appliance
วิธีแก้ปัญหาการกรนที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
oral appliance ต่างจากอุปกรณ์การรักษาวิธีอื่นๆ เพราะได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคลเพื่อหยุดอาการกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาปัญหาการหยุดหายใจระหว่างการนอนที่ได้ผล
การกรนไม่ได้เป็นเพียงการสร้างเสียงรบกวนขณะนอนหลับเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนที่แสดงให้ทราบถึง ปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น การหยุดหายใจขณะนอนหลับ หรือโรค OSA(Obstructive Sleep Apnea) อีกด้วย ซึ่ง oral appliance นั้นสามารถช่วยรักษาอาการหยุดหายใจขณะนอนหลับได้ตั้งแต่ระดับเบาถึงปานกลาง
อีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการใช้ CPAP
ผู้ที่ใช้ CPAP หลายรายมักจะพบกับความไม่สะดวกสบายของอุปกรณ์ หรือ ไม่สามารถทนใช้เครื่องมือได้ ดังนั้นoral appliance ?จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
การเปรียบเทียบการใช้งานของ CPAP กับ oral appliance สำหรับผู้ประสบปัญหา OSA
|